🏷️ หมวด สติ๊กเกอร์

    พิมพ์ฉลากสินค้า ต้องมีข้อมูลอะไรบ้างตามกฎหมายไทย เช็กก่อนสั่งทำ

    เช็กข้อมูลสำคัญที่ต้องมีบนฉลากสินค้าตามกฎหมาย สคบ. และ อย. ก่อนพิมพ์สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า เพื่อความถูกต้องและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์คุณ

    28 สิงหาคม 2569•อ่าน 8 นาที•โดย แซนด์คิง

    สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่หรือแบรนด์ที่กำลังเติบโต การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้ออกมาดีที่สุดย่อมเป็นเป้าหมายหลัก แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้ตัวสินค้าเลยก็คือ ฉลากสินค้า หรือสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์ เพราะนอกจากจะทำหน้าที่ดึงดูดสายตาของลูกค้าและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์แล้ว ฉลากสินค้ายังมีบทบาทสำคัญในแง่ของข้อกฎหมายในประเทศไทยอีกด้วย การออกแบบและจัดทำฉลากโดยไม่ได้ศึกษาข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างถี่ถ้วน อาจนำมาซึ่งปัญหาใหญ่ ทั้งการถูกปรับ การสั่งระงับการจำหน่าย หรือแม้กระทั่งการสูญเสียความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ในบทความนี้ แซนด์คิง (Sandking) โรงพิมพ์ด่วนในกรุงเทพฯ จะพาคุณไปเจาะลึกเช็กลิสต์สำคัญว่า การพิมพ์ฉลากสินค้าแต่ละประเภทนั้น ต้องมีข้อมูลอะไรบ้างจึงจะถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจก่อนสั่งพิมพ์จริง

    ทำไมการ พิมพ์ฉลากสินค้า ให้ถูกต้องตามกฎหมายถึงสำคัญกว่าที่คิด

    หลายคนอาจมองว่าฉลากสินค้าเป็นเพียงพื้นที่สำหรับใส่โลโก้สวยๆ และช่องทางการติดต่อเพื่อประโยชน์ทางการตลาดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมฉลากสินค้าอย่างเข้มงวด โดยมีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแล เหตุผลที่คุณต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มีหลายมิติ ประการแรกคือเพื่อปกป้องผู้บริโภคให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และปลอดภัยในการใช้งาน ประการที่สองคือการสร้างมาตรฐานและความเท่าเทียมในการแข่งขันทางการค้า และประการสุดท้ายคือการป้องกันแบรนด์ของคุณเองจากการถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย ซึ่งการแก้ไขฉลากที่พิมพ์ไปแล้วเป็นจำนวนมากในภายหลังจะทำให้เสียทั้งเงินและเวลา ดังนั้นการทำให้ถูกต้องตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบและพิมพ์สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้าจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

    เช็กลิสต์ข้อมูลสำคัญที่ต้องมีบนฉลากสินค้าทั่วไปตามประกาศ สคบ.

    สินค้าส่วนใหญ่ที่ผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย หากจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าควบคุมฉลาก จะต้องแสดงข้อความภาษาไทยที่เห็นและอ่านได้อย่างชัดเจน โดยระบุรายละเอียดสำคัญตามข้อกำหนดของกฎหมายดังต่อไปนี้อย่างครบถ้วนเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ซื้อ

    1. 1ชื่อประเภทหรือชนิดของสินค้า: ต้องระบุให้ชัดเจนว่าสินค้านั้นคืออะไร เช่น สบู่สมุนไพร น้ำยาล้างจาน หรือเสื้อผ้าสำเร็จรูป เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเกิดความสับสน
    2. 2ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน: แสดงโลโก้หรือชื่อแบรนด์อย่างเป็นทางการของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า เพื่อระบุตัวตนของเจ้าของผลิตภัณฑ์
    3. 3รายละเอียดผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า: สำหรับสินค้าที่ผลิตในประเทศ ต้องระบุชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตอย่างชัดเจน ส่วนสินค้านำเข้า ต้องระบุชื่อผู้นำเข้าและประเทศที่ผลิตด้วย
    4. 4ขนาด มิติ ปริมาณ ปริมาตร หรือน้ำหนัก: ต้องระบุปริมาณสุทธิของสินค้าในหน่วยที่เหมาะสม เช่น กรัม มิลลิลิตร หรือจำนวนชิ้น เพื่อความโปร่งใส
    5. 5วิธีใช้และข้อแนะนำในการใช้: อธิบายขั้นตอนหรือวิธีการใช้งานสินค้าอย่างถูกต้องและปลอดภัย เพื่อให้ผู้บริโภคใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
    6. 6คำเตือนหรือข้อควรระวัง: หากสินค้านั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายหากใช้ไม่ถูกวิธี หรือไม่เหมาะกับกลุ่มคนบางกลุ่ม ต้องระบุคำเตือนให้ชัดเจนด้วยตัวอักษรที่เด่นชัด
    7. 7วันเดือนปีที่ผลิต และวันหมดอายุ: ระบุวันที่ผลิตเพื่อประกอบการตัดสินใจ และในกรณีที่สินค้ามีอายุการใช้งานจำกัด ต้องระบุวันหมดอายุควบคู่ไปด้วยอย่างชัดเจน
    8. 8ราคาจำหน่าย: ต้องระบุราคาจำหน่ายที่ชัดเจน โดยระบุหน่วยเป็นบาทไทย เพื่อให้ผู้ซื้อทราบราคาล่วงหน้าก่อนการตัดสินใจซื้อ

    เจาะลึกกลุ่มสินค้าเฉพาะที่ต้องมีข้อมูลเพิ่มเติม

    สินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม

    นอกเหนือจากข้อมูลพื้นฐานทั่วไปแล้ว หากคุณกำลังทำแบรนด์อาหาร เครื่องดื่ม หรืออาหารเสริม คุณจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างเคร่งครัด โดยสิ่งสำคัญที่ต้องเพิ่มเข้ามาคือ เลขสารบบอาหารหรือเลข อย. 13 หลัก ซึ่งแสดงในกรอบเครื่องหมาย อย. อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังต้องแสดงรายการส่วนประกอบสำคัญเป็นร้อยละของน้ำหนัก ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร (หากมีส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น แป้งสาลี ถั่ว หรือนม) ข้อมูลโภชนาการ และวิธีการเก็บรักษาที่เหมาะสมเพื่อคงคุณภาพของอาหารไว้จนกว่าจะถึงมือผู้บริโภค การพิมพ์สติ๊กเกอร์สำหรับอาหารยังต้องการความทนทานต่อความชื้นหรือความเย็น คุณจึงควรเลือกวัสดุสติ๊กเกอร์ที่เหมาะสม เช่น สติ๊กเกอร์ PP เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญเหล่านี้หลุดลอก

    สินค้าประเภทเครื่องสำอางและสกินแคร์

    สำหรับสินค้าความงาม เช่น ครีมบำรุงผิว ลิปสติก หรือแชมพู กฎหมายกำหนดให้ต้องแสดงเลขที่ใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางอย่างชัดเจน พร้อมทั้งแสดงรายชื่อส่วนผสมทั้งหมด (Ingredients) โดยเรียงลำดับจากปริมาณมากไปน้อยตามมาตรฐานสากล (INCI Name) นอกจากนี้ จะต้องระบุครั้งที่ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต วันหมดอายุ (หรือระบุอายุหลังเปิดใช้งานในรูปแบบสัญลักษณ์กระปุกเปิด) รวมถึงชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้บริโภค เนื่องจากผิวพรรณเป็นเรื่องที่บอบบาง ข้อมูลเหล่านี้จึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการตัดสินใจซื้อและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์เครื่องสำอางของคุณ

    เทคนิคการออกแบบและการจัดวางข้อมูลบน สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า

    การใส่ข้อมูลตามกฎหมายที่ค่อนข้างเยอะลงบนพื้นที่สติ๊กเกอร์ขนาดจำกัด อาจทำให้เกิดความท้าทายในแง่ของงานดีไซน์ หากจัดวางไม่ดีอาจทำให้ตัวอักษรอ่านยากและทำให้สินค้าดูไม่น่าดึงดูดใจ แต่นักออกแบบสามารถใช้เทคนิคเหล่านี้เพื่อทำให้ฉลากสินค้ามีทั้งความสวยงามและถูกต้องตามกฎหมายไปพร้อมๆ กัน

    • แบ่งพื้นที่การออกแบบเป็นสองส่วนหลัก: ด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ควรเน้นโลโก้แบรนด์ ชื่อสินค้า และจุดขายที่โดดเด่นเพื่อดึงดูดสายตา ส่วนด้านหลังบรรจุภัณฑ์ใช้สำหรับใส่ข้อมูลทางกฎหมาย รายละเอียดผู้ผลิต วิธีใช้ และข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ
    • เลือกขนาดและรูปแบบอักษรที่อ่านง่าย: หลีกเลี่ยงการใช้ฟอนต์ที่มีหัวหยักหรือลวดลายซับซ้อนเกินไปสำหรับข้อความส่วนข้อมูลกฎหมาย ควรเลือกฟอนต์แบบไม่มีหัวที่มีความหนาพอดี เพื่อให้อ่านออกได้แม้ในขนาดตัวอักษรที่เล็กมาก
    • ใช้สีพื้นหลังและสีตัวอักษรที่มีความต่างระดับสีสูง: ช่วยเพิ่มการตัดกันของสี เช่น ตัวอักษรสีดำบนพื้นหลังสีขาว หรือตัวอักษรสีขาวบนพื้นหลังสีเข้ม เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถอ่านข้อมูลได้อย่างชัดเจนและไม่เกิดความสับสน
    • จัดกลุ่มข้อมูลด้วยไอคอนหรือเส้นคั่น: การใช้เส้นแบ่งส่วนบางๆ หรือการใช้สัญลักษณ์ไอคอนเล็กๆ จะช่วยให้ฉลากดูสะอาดตา สวยงาม และแบ่งสัดส่วนการอ่านได้ง่ายขึ้น

    เลือกวัสดุสำหรับ พิมพ์ฉลากสินค้า อย่างไรให้ตอบโจทย์การใช้งาน

    เมื่อได้ข้อมูลที่ถูกต้องและดีไซน์ที่สวยงามแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญมากคือการเลือกวัสดุสำหรับพิมพ์สติ๊กเกอร์ เพราะหากเลือกวัสดุไม่เหมาะกับตัวสินค้า ข้อมูลที่พิมพ์ลงไปอาจเลอะเลือนหรือหลุดลอกได้ง่าย ซึ่งอาจนำไปสู่การทำผิดกฎหมายโดยไม่ได้ตั้งใจ หากเป็นสินค้าที่ต้องแช่เย็นหรือโดนน้ำ เช่น เครื่องดื่มหรือสกินแคร์ แนะนำให้เลือกพิมพ์บน สติ๊กเกอร์ PP หรือ สติ๊กเกอร์ PVC ที่มีคุณสมบัติกันน้ำได้ 100% ทนทานต่อการขูดขีดและอุณหภูมิที่ต่ำได้เป็นอย่างดี แต่หากเป็นสินค้าแห้ง เช่น ขนมอบกรอบ ผลไม้อบแห้ง หรือกล่องของขวัญ การเลือกใช้สติ๊กเกอร์กระดาษธรรมดาหรือกระดาษอาร์ตก็เพียงพอแล้ว แถมยังช่วยประหยัดต้นทุนได้อีกด้วย หากคุณไม่แน่ใจว่าสินค้าของคุณควรใช้สติ๊กเกอร์ประเภทใด สามารถเข้ามาลองประเมินราคาและปรึกษากับ แซนด์คิง ได้ตลอดเวลา

    คำถามที่พบบ่อย

    1. หากไม่แสดงฉลากสินค้าตามที่กฎหมายกำหนดจะมีโทษอย่างไร?

    ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค หากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าสินค้าควบคุมฉลากไม่จัดทำฉลากสินค้า หรือจัดทำแต่แสดงข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน จะมีโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ขายสินค้าที่ไม่มีฉลากหรือมีฉลากไม่ถูกต้องจะมีโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งจำทั้งปรับเช่นกัน ดังนั้นการทำให้ถูกต้องจึงปลอดภัยที่สุด

    2. สามารถ พิมพ์ฉลากสินค้า เป็นภาษาต่างประเทศทั้งหมดโดยไม่มีภาษาไทยได้หรือไม่?

    ไม่ได้ครับ ตามกฎหมายไทย สินค้าที่ผลิตเพื่อจำหน่ายหรือนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย จะต้องแสดงข้อมูลสำคัญบนฉลากเป็นภาษาไทยเสมอ โดยสามารถมีภาษาต่างประเทศควบคู่กันได้ แต่ข้อมูลพื้นฐานที่ระบุไว้ในกฎหมายควบคุมฉลากจำเป็นต้องแปลและระบุเป็นภาษาไทยอย่างชัดเจนเพื่อสิทธิในการรับรู้ข้อมูลของผู้บริโภคในประเทศ

    3. ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้าของ แซนด์คิง คิดราคาอย่างไร?

    ราคาค่าพิมพ์สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้าจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของวัสดุสติ๊กเกอร์ (กระดาษ PP หรือ PVC) ขนาดของสติ๊กเกอร์ รูปทรงในการไดคัท และจำนวนรวมที่ต้องการสั่งพิมพ์ เพื่อให้ได้ข้อมูลราคาที่ถูกต้องและตรงตามการใช้งานจริงของคุณมากที่สุด คุณสามารถเข้าไปใช้เครื่องคำนวณราคาบนหน้าเว็บของ แซนด์คิง (thunderprint.co) เพื่อดูราคาจริงได้ทันที สะดวก รวดเร็ว และแม่นยำครับ

    บริการที่เกี่ยวข้อง: สั่งพิมพ์สติ๊กเกอร์ คำนวณราคาทันที →

    #พิมพ์ฉลากสินค้า#สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า#ทำฉลากสินค้า#กฎหมายฉลากสินค้า#พิมพ์สติ๊กเกอร์